คาถาภาวนาเสกน้ำล้างหน้าของหลวงตาสงค์ ไม่เชื่อไม่ลบหลู่ รู้เชื่อไม่งมงาย

จากคำโบราณที่ท่านกล่าวไว้ว่า “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ รู้เชื่อไม่งมงาย” หรือ “ไม่เชื่อไม่ลบหลู่ รู้เชื่อไม่งมงาย” คำๆ นี้ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก จนปานนี้ก็ยังได้ยินคำๆ นี้อยู่เสมอ เป็นความเชื่อที่ฝังรากลึกของคนไทย โดยเฉพาะคนในชุมชนวัดบ้านขะยูง เมื่อจะคิดทำอะไร ต้องมีพิธีกรรม ซึ่งพิธีกรรมเหล่านั้น บางครั้งเป็นความเชื่อที่ไม่อาจจะอธิบายได้ เพราะเป็นการสัมผัสที่รู้ได้เฉพาะตน หากไม่ได้ทำพิธีกรรมเหล่านั้น ความเชื่อที่ฝังลึกนั้นจะวนเวียนอยู่กับความคิดของคนในชุมชน ทำให้เกิดกังวลต่างๆ นาๆ หากเกิดอะไรขึ้น จะเป็นทางดีหรือไม่ดี คนทั้งหลายก็จะเพ่งไปที่พิธีกรรม นี่คือความเชื่อที่มาจากคนในชุมชนวัดบ้านขะยูง หากพิจารณากว้างๆแล้วก็คนเกือบทั้งประเทศก็ยังคงมีความเชื่อเช่นนี้อยู่
ดังนั้น ความลี้ลับ ลึกลับ พิศวง หากไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ นี่คือคำโบราณท่านว่ามาอย่างนั้น เป็นเรื่องราวของความเชื่อส่วนบุคคล เป็นเรื่องราวที่ไม่อาจจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้ในปัจจุบันหลายๆ ท่านอาจจะมองว่า โลกก้าวไปสู่ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มากแล้ว ความลี้ลับพิศวง ไม่น่าจะมีอยู่อีก ยังไงก็ขอย้ำให้ท่านทั้งหลายได้ทราบอีกนั้นแหละว่า หากไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ หากท่านรู้เชื่อท่านจะไม่งมงาย ดังที่โบราณท่านว่าไว้
ในศรัทธาสายหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน เป็นที่ทราบกันว่า นักเสี่ยงโชคทั้งหลายได้พึ่งพาขอบารมีหลวงปู่สรวง ได้ขอโชคลาภ ได้ถูกหวยรวยเบอร์ เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่หลวงปู่ท่านยังทรงธาตุขันธ์อยู่ แม้หลวงปู่จะละสังขารแล้วก็ตาม ผู้คนทั้งหลายก็ยังคงมีความเชื่อว่า สามารถขอพรท่านแล้วก็จะได้สมปรารถนา ซึ่งก็เป็นที่ประจักษ์ เพราะหลายท่านก็ได้โชคลาภ ได้ลาภลอย ถูกหวยรวยเบอร์กันมากมาย จะอย่างไรก็ตามไม่อาจจะบอกว่าได้สมปรารถนากันทุกคน ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาบารมีของแต่ละคนด้วย
กล่าวมาถึงในยุคปัจจุบันนี้ หลวงตาสงค์ ผู้เก่งกล้า วิชาคาถาอาคม เรียนรู้จากหลวงปู่สรวง ด้วยการสังเกตการณ์เอาเอง เนื่องจากหลวงปู่สรวงท่านไม่ได้สอนใครลักษณะของครูสอนศิษย์อย่างทั่วไป เป็นอันเข้าใจตรงกันว่า หากผู้ที่จะเรียนรู้วิชาคาถาอาคมจากหลวงปู่สรวง ต้องเป็นคนช่างสังเกตวิเคราะห์ตีความนำมาฝึกฝนปฏิบัติเองได้
หลวงตาสงค์ ผู้เป็นครูบาอาจารย์ใหญ่วัดบ้านขะยูง ท่านเก่งกล้าวิชาคาถาอาคม เป็นที่ยอมรับนับถือของครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ในยุคหนึ่งก่อนที่ท่านจะถูกรถชน ท่านโด่งดังมาก เรื่องรดน้ำมนต์ รักษาคนป่วย ถอนคุณไสย์ ไล่ผี ไล่ปอป รวมถึงพิธีสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา เสริมดวง เสริมบารมี แม้กระทั้งเรื่องหวย ผู้คนได้โชคจากท่าน ร่ำรวยกับท่านมามากมาย และทุกวันนี้ก็มีเรื่องราวของคนได้โชคจากหลวงตาสงค์ไม่ขาดสาย
ในเวลานี้บารมีของท่านแผ่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว เป็นที่เคารพเลื่อมใส ของบุคคลทั้งหลายทั้งใกล้ไกล ได้เดินทางมาเสริมดวง เสริมบารมี สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา ขอพึ่งบารมีจากท่านจำนวนมาก จะออกรถใหม่ ขึ้นบ้านใหม่ ซื้อที่ใหม่ ได้อาชีพใหม่ หรือกำลังจะสอบ จะสมัครงาน เรียนต่อ อะไรทั้งหลายที่ต้องการให้หลวงตาท่านอนุเคราะห์ ก็ต่างพากันมาหาหลวงตา เพราะตอนนี้ทั้งสุขภาพร่างกายที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ของสานุศิษย์ ทำให้ร่างกายของท่านแข็งแรงขึ้นตามลำดับ พร้อมกับความจำ หรือสัญญาเดิมทั้งหลายได้ฟื้นขึ้นมา สั่งเกตเทียบจากบทสวดมนต์คาถาต่างๆ ที่หลวงตาท่านได้สวดมาก่อนหน้านั้นกับตอนนี้ท่านเริ่มสวดบทใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงเชื่อว่าวิชาคาถาอาคม ของท่านนั้นได้ฟื้นกลับคืนมาแล้ว ผู้คนทั้งหลายต่างให้ความสนใจและหาโอกาสไปกราบขอพรท่านอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว

ขอฝากคาถาสำคัญที่หลวงตาสงค์ท่านเมตตาสอนให้จดจำนำไปใช้เป็นคาถาแรก โดยมีโอกาสได้เรียนคาถาจากท่านที่วัดถ้ำเจีย ช่วงที่ท่านพาไปกราบพระพุทธรูปที่ท่านได้สร้างไว้ คาถาที่ว่านี้ คือ “โอมพลุ พลุ ทะลุปัญญา พุทธคิดมา พาคิดได้ หัตถิยัง มะมะ” ท่านใด้สวด ๓ จบ และก่อนสวดให้ท่องนะโม ขึ้น ๓ จบก่อนด้วย วิธีใช้ท่องเสกน้ำล้างหน้าทุกวันอย่าได้ขาด ปรารถนาสิ่งใดก็จักได้สิ่งนั้นๆ หรือจะใช้ภาวนาก็ยังได้ เป็นคาถายอดมหานิยม ยอดป้องกันภัย ยอดภาวนา รวมๆแล้ว คือ อานิสงส์ใช้้ได้ทุกด้าน

บันทึกโดย : พระอาจารย์อดิศักดิ์ วชิรปญฺโญ

Comments

comments