สวนวิถีชีวิตปริศนาธรรมเทวดาเดินดิน เริ่มจากศรัทธาอันแก่กล้า

ไม่อาจจะรอช้าให้เวลาล่วงเลยผ่านไป หากว่าศรัทธาได้ปรากฎขึ้นแล้ว จึงต้องอาศัยศรัทธานั้นๆ เพื่อเริ่มลงมือดำเนินไปตามลายทอง ลายธรรม อันเป็นลายแทงแห่งศรัทธาและปัญญา ต่อวิถีชีวิตปริศนาธรรมหลวงปู่สรวง ที่ท่านได้กระทำให้เห็นแล้วยังศรัทธาให้ปรากฎแก่ใจของตน เรื่องราววิถีชีวิตปริศนาธรรมหลวงปู่สรวงเป็นที่น่าสนใจมากทีเดียว จึงสนใจศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อรักษา เพื่อปฏิบัติตาม และนำเสนอออกมาในรูปแบบของสวนปริศนาธรรม เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์แก่ผู้จะเข้ามาศึกษาเรียนรู้ได้ เป็นรูปธรรมสำเร็จประโยชน์อย่างยั่งยืน เพราะเป็นวิถีชีวิตปริศนาธรรมอันทรงคุณค่า เป็นตำนานที่เล่าขานกันไม่รู้จบสิ้น แม้วันนี้สวนวิถีชีวิตปริศนาธรรมเทวดาเดินดิน ยังไม่ได้เกิดขึ้นก็ตาม ก็จะขอเล่าไปพร้อมๆกับการจัดสร้าง เพราะโครงการสร้างตั้งใจเอาไว้ว่า ประมาณ ๓ ปี โดยเริ่มต้นจาก ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป จนถึง ๕ ธันวาคม ๒๕๖๑ ใน ๓ ปีนี้จะพยายามสร้างให้สำเร็จ

คำว่า “สำเร็จ” ในที่นี้ก็คือ ทุกอย่างเป็นไปได้ตามวัตถุประสงค์ของการจัดสร้าง ซึ่งได้กำหนดไว้ ๓ ประการ คือ
๑. เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ปริศนาธรรมหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน
๒. เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียงหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน
๓. เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้คำสอนของพระพุทธเจ้าผ่านปริศนาธรรมหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน

การจัดสวนวิถีชีวิตปริศนาธรรมเทวดาเดินดิน ที่ว่ามานี้ ไม่ใช่ของผู้หนึ่งผู้ใด แต่เป็นของศาสนา เป็นของทุกคน ที่สามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้ สานุศิษย์ คือ ศิษย์น้อย ศิษย์ใหญ่ ศิษย์เก่า ศิษย์ใหม่ จะยากดีมีจน ก็มีสิทธิเท่ากัน ขอเพียงมีที่ศรัทธาต่อหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน นอกจากนี้แม้ผู้ที่ยังไม่ได้มีแม้แต่ศรัทธา แต่เพียงหลงก้าวย่างเข้ามาก็มีสิทธิ์ที่จะสามารถเข้ามาศึกษาได้ โดยมิบังอาจบังคับให้ท่านทั้งหลายเกิดศรัทธาหลังจากที่ศึกษาหรือไม่ก็ตาม แต่เราทั้งหลายที่ ร่วมกันสร้าง เชื่อแน่ว่าไม่ต้องพูดถึงว่าจะศรัทธาหรือไม่ศรัทธา เพราะก็รู้กันเต็มหัวใจว่าศรัทธามันมีอยู่เต็มหัวใจ จึงร่วม ส่งเสริม สนับสนุน จะด้วยกำลังใจ กำลังทรัพย์ กำลังสติปัญญาก็เป็นอันรู้กัน….

โดยสวนวิถีชีวิตปริศนาธรรมนี้ จะมีอะไรให้ศึกษาบ้างก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า จะมีอะไรบ้าง ซึ่งบอกตอนนี้ก็ไม่น่าตื่นเต้น สิ่งที่ปิดไว้ไม่ได้หวง แต่เพียงว่าเรื่องราวที่จะเล่าจากสวนนั้น มีอยู่มากมายที่ไม่อาจจะเล่าบอกให้จบและเข้าใจได้ในตอนนี้ ขอให้ติดตามศึกษาร่วมกันสักสามปี เรื่องเล่าจากสวนก็คงจะเขียนให้ท่านได้อ่านสักสามปี จนกว่าจะได้เปิดสวนวิถีชีวิตปริศนาธรรมหลวงปู่สรวง อย่างเป็นทางการ ในวันนั้นก็คงเป็นวันที่จะได้เล่าตอนจบ..จากนั้นก็จะให้ท่านทั้งหลายเข้ามาชมเอาเอง เล่ากันเอาเอง โดยผู้เขียนก็ไม่ต้องมาเล่าอีก ลูกหลานเกิดมาใหม่จะกี่ปีข้างหน้าก็คงไม่ต้องเล่า เพราะเล่าไว้แล้วในสวนหมดแล้ว

สนใจก็มาศึกษาเอาเองเพราะตำนานคือเรื่องราวที่เล่าสู่กันมานาน จดจำ ทำตาม กลายเป็นประเพณีอันดีงาม จะอย่างไรก็ตาม ขอให้ติดตามศึกษาและจัดสร้างไปด้วยกัน โดยส่วนตัวพระอาจารย์เองได้ศึกษามาต่อเนื่อง ทุกอย่างจารึกบันทึกในหัวใจ คล้ายๆหัวสมองแต่ไม่ใช่ มันบันทึกลึกกว่านั้นอีก จึงมั่นใจว่าเรื่องราวที่จะนำเสนอนั้นตกผลึกเรียบร้อยแล้วโดยไม่ต้องวิจัยใดๆอีก ก็สามารถทำให้สำเร็จได้ตามวัตถุประสงค์ จากจุดแรกเริ่มแห่งแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้น จาก “ศรัทธา” เพราะเชื่อเสมอว่า การจะทำสิ่งใดๆ หากไร้ซึ่งศรัทธาแล้วก็ยากนักที่จะทำสำเร็จได้ ศรัทธาจึงเป็นจุดเริ่มต้นของผลึกความคิดทั้งหมด…หลายๆคนอาจจะยังมองไม่ออกว่าวัดกำลังจะทำอะไร ทำไมต้องทำ ทำเพื่ออะไร คำถามเหล่านี้ตอบไปก็ยากจะเข้าใจ จึงอธิบายไปต่อเนื่องสักสามปีหวังว่าท่านที่ไม่เข้าใจจะได้เข้าใจ เกิดปัญญาขึ้นมาได้เอง

เมื่อครูสาโรจน์ พร้อมทีมงานได้รับแนวคิดจากพระอาจารย์ทั้งหมดแล้ว ก็พร้อมที่จะลุยงานได้ทันที เพราะพร้อมมานานแล้ว และรอมานานแล้ว สิ่งแรกที่ได้รับมอบหมาย คือ วางแผนผังโครงการสร้างสวน โดยลงพื้นที่ สำรวจพื้นที่วัดทั้งหมด พร้อมกับกำหนดจุดและความสำคัญในการจัดสร้าง ได้ข้อสรุปว่า เส้นทางรถ ทางเดิน ทั้งหมด ในสวนจะใช้เสาไม้ปักหมุดทางเดิน และมีหลอดไปให้แสงตลอดเส้นทาง

ครูสาโรจน์จึงทำการสำรวจเพื่อจะได้จำนวนที่จำเป็นต้องใช้ พร้อมกับติดต่อกับลุงเต็ง ผู้ชำนาญเรื่องการหาไม้ เพราะเป็นอาชีพของลุงเต็งอยู่แล้วด้วย ประกอบกับลุงเต็งก็เป็นศิษย์หลวงปู่สรวงอีกคนที่เคยไปกราบหลวงปู่สรวงประจำๆ ปรึกษากันได้ข้อสรุปแล้วก็ไม่รอช้า จึงเริ่มต้นลงมือหาซื้อตอไม้เก่าจากชาวบ้าน เป็นตอไปที่ไม่ได้ใช้แล้ว และเป็นเสาไม้เก่าด้วย

การจัดการดำเนินการสร้างทุกอย่าง ถือหลักวิถีชีวิตพอเพียงเป็นหลักการทำงาน พยายามประหยัดที่สุด โดยดึงเอาวัสดุที่พอหาได้ง่ายและประหยัด หาได้ในชุมชน มาปรับแต่งทำให้เกิดคุณค่าขึ้นมา ลุงเต็งได้ดำเนินการจัดหาไม้ได้มาพอสมควร และได้เดินทางมาที่วัดบ้านขะยูง โดยร่วมกันกับวัดและชาวบ้าน โดยชวนกัน แนะนำกัน จนได้มาพบต่อตะเคียนใหญ่ ในน้ำ ชาวบ้านจึงร่วมกัน ช่วยกันนำขึ้นมา โดยก่อนจะนำขึ้นมาได้ทำพิธีขอขมา บวงสรวงตามพิธีแบบโบราณ เป็นความเชื่อที่ฝังลึกของคนอีสานใต้ หากไม่ทำกลัวว่าจะเกิดอันตราย จากนั้นก็ดำเนินการนำขึ้นเป็นที่เรียบร้อย

บันทึกโดย : พระอาจารย์อดิศักดิ์ วชิรปญฺโญ

Comments

comments