เป็นบุญที่ได้พบหลวงตาสงค์ครูบาอาจารย์แห่งวัดบ้านขะยูงอีสานใต้

คาถานี้หลวงตาสงค์ สอนเป็นคาถาแรก

“โอมพลุ พลุ ทะลุปัญญา พุทธคิดมา พาคิดได้ หัตถิยัง มะมะ…”

หลวงตาสงค์กับพระอาจารย์อดิศักดิ์

ภาพนี้เป็นภาพแรกที่ได้พบหลวงตา

ในคราวที่ท่านกลับมาอยู่วัดบ้านขะยูง เมื่อต้นปี 2558

เป็นความรู้สึก ที่จดจำ (สัญญา) ไม่ลืม  เพราะเป็นโอกาสแรก ที่พบหลวงตาและได้สนทนากับท่าน  แล้วรู้สึกว่าพบครูบาอาจารย์ใหญ่..สายหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน เมื่อกราบแล้วรู้สึกว่ามีความสุขเสมือนว่าได้กราบหลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน เป็นวันแรกที่ได้กล่าว อาราธนาหลวงตาให้อยู่โปรดลูกหลานและอย่าได้ไปไหน อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ลูกหลานที่วัดบ้านขะยูง ท่านก็รับอาราธนาว่า

“ไม่ไปไหนจะอยู่ที่นี่ตายที่นี่”

ลูกหลานจะขอดูแลรับใช้เท่าที่กำลังสติปัญญาพอจะทำได้…ไม่เดือดร้อนจะไม่ให้เสียโอกาสที่ได้เกิดทันหลวงตาและได้พบหลวงตาแล้ว เพราะความรู้สึกถึงหลวงปู่สรวงที่หลายๆ คนเสียใจ ที่เกิดทันหลวงปู่สรวงแต่ไม่ได้เจอไม่ได้กราบ ไม่ได้ดูแล ไม่ได้ทำบุญกับท่าน พอมารู้จักเกียรติประวัติบารมีท่านภายหลัง ท่านก็ละสังขารไปแล้ว

จึงได้เพียงตามรอยท่านไปกราบสังขารท่านเท่านั้น แต่ก็ถือว่าโชคดีเพราะอย่างน้อยๆ ยังได้กราบไหว้ทำบุญระลึกถึงหลวงปู่ตอนนี้สังขารหลวงปู่สรวงท่านอยู่
ณ วัดไพรพัฒนา จ.ศรีสะเกษ ท่านใดยังไม่เคยไปกราบหลวงปู่สรวงก็สามารถไปกราบได้ และหากท่านไปกราบหลวงปู่สรวง ยังไงท่านก็ต้องผ่านวัดบ้านขะยูงแน่นอน
เพราะห่างกัน 10 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น ขอให้ท่านได้แวะไปกราบหลวงตาสงค์ด้วย จะได้ไม่เสียโอกาส เพราะหลวงตาสงค์ท่านยังทรงธาตุขันธ์อยู่และมาอยู่ประจำวัดบ้านขะยูงแล้ว

หลังจากที่หลวงปู่สาย วัดตะเคียนรามละสังขารแล้ว สอบถามคนเฒ่าคนแก่สานุศิษย์หลวงปู่สรวงก็ไม่เห็นว่าจะมีเกจิอาจารย์รูปใดในเขตภูสิงห์ที่ทรงวิทยาคมแก่กล้า
นอกจากหลวงตาสงค์ วัดบ้านขะยูง อดีตที่เคยโด่งดัง..พอท่านป่วยช่วยคนไม่ได้เท่านั้นแหละคนก็เริ่มหายไป ที่ยังแวะเวียนไปมาหาสู่ท่าน ก็เหล่ายายๆ เก่าแก่ที่หลวงตาให้มาทำบายศรีให้ตลอด แต่มาตอนหลังนี่เอง ผู้คนเริ่มสนใจประวัติของท่านมากขึ้นด้วย เพราะการสื่อสารที่รวดเร็วเช่นนี้ พร้อมกับสุขภาพท่านดีขึ้น สัญญาเดิมกลับคืนมาอนุเคราะห์ลูกหลานอีกครั้ง หลังจากที่ท่านโดยรถชนมรณะ 5 วันแล้วฟื้นคืน ทำให้ทุกคนก็ไม่รอให้พลาดโอกาสจึงได้แวะหาท่านมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนเกจิอาจารย์ที่เริ่มเห็นใหม่ๆ ก็หลายรูปแต่ถ้าเป็นรุ่นเก่าเป็นที่ยอมรับในสายหลวงปู่สรวง ก็มีแต่หลวงตาสงค์นี้เองในเขตภูสิงห์ที่ยังทรงธาตุขันธ์อยู่โปรดลูกหลานเวลานี้  หากหมดยุคหลวงตาสงค์ไปแล้วก็จะเข้าสู่ยุคเกจิรุ่นใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นมามากมายทีเดียวนี่คือครูบาอาจารย์ผู้สืบทอดวิชา รุ่นสู่รุ่น ที่แทนเป็นรุ่นสู่รุ่น จากหลวงปู่สรวง สู่ หลวงปู่สาย และสู่ หลวงตาสงค์ ฯลฯ…..

จึงแนะนำทุกท่าน ให้แวะกราบขอพรหลวงตาสงค์ จะได้ไม่เสียดายภายหลังว่าไปถึงถิ่นที่แล้ว ผ่านแล้ว เห็นแล้ว แต่กลับไม่ได้แวะ เสียดายๆ

ดังนั้น โพสต์แรกแห่งปี 2559 หลังสวดมนต์ภาวนาข้ามปี 2558 สู่ 2559 ผ่านไปสักพักนี้

ได้มานั่งดูรูปและเขียนบทความนี้ไว้ โดยกลั่นออกมาจากความรู้สึกศรัทธาล้วนๆ ให้โพสต์แรกนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดี ขอบารมีหลวงปู่ หลวงตาคุ้มครองลูกหลานให้เจริญในพระศาสนานี้ยิ่งๆขึ้นไปด้วยเทอญฯ……กราบหลวงปู่สรวง กราบหลวงตาสงค์

บันทึกโดย : พระอาจารย์อดิศักดิ์ วชิรปญฺโญ

(วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559)

ปล.อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อที่เล่ามานี้…ขอให้ไปพบและสัมผัสด้วยตนเองเถิด..

Comments

comments