จริยธรรมขั้นพื้นฐานว่าด้วยการลักขโมย พึงเว้นขาดเพื่อความสบายใจของตนเองและผู้อื่นด้วย ตามแนวคำสอนหลวงปู่สรวง ว่าด้วยการทำใจให้สบาย

จริยธรรมขั้นพื้นฐานว่าด้วยการลักขโมย

ความเป็นผู้มีนิสัยขี้ขโมย เป็นบุคลิกภาพที่สังคมกล่าวโทษ เพราะเป็นความผิด เป็นการสะสมซึ่งบาปย่อมนำทุกข์มาให้

การลักขโมย เป็นการชุบมือเปิป ลักเอาแม้อ้างเอาของผู้อื่นมาเป็นของตน โดยความตั้งใจแอบอ้างก็ชื่อว่าเบียดเบียนผู้อื่นโดยไร้ความสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดีมีแต่ความเห็นแก่ตัวแทรกซึมเข้าเต็มหัวใจ

การลักขโมยเป็นข้อปฏิบัติรักษา อยู่ในศีลข้อที่ 2 ศีลข้อนี้ เป็นจริยธรรมขั้นพื้นฐานด้วย สำคัญไม่น้อยไปกว่าข้ออื่นๆเลย จึงนำมากล่าวไว้ เพื่อเตือนใจ ให้เกิดปัญญาหยั่งคิด

การขโมยทรัพย์สินโดยความตั้งใจ แม้แต่ทรัพย์สินทางปัญญา เมื่ออ้างเอาว่าเป็นของตนโดยรู้อยู่แก่ใจว่าอ้างเอาเองด้วยความตั้งใจ นั้นก็หมายถึงผู้นั้นไร้สำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี ใจไม่สะอาด ใจสกปรก เป็นเหตุให้ใจผู้นั้นไม่สบาย หรือไม่สบายใจ

หลวงปู่สรวงสอนไว้ว่า เทอเจิตออยสรูญ ทำใจให้สบาย เราทั้งหลายผู้เป็นศิษย์น้อยศิษย์ใหญ่ ทั้งใหม่ทั้งเก่า พึงทำใจให้สบาย อย่าสร้างเหตุแห่งความเดือนร้อนมาสู่ตนและผู้อื่น ให้เกิดความลำบากไม่สบายใจ

พึงให้เกียรติ เคารพ อ่อนน้อม สำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี เว้นขาดจากการขโมย เพื่อสร้างประกันทรัพย์สินให้แก่ทรัพย์สินในชีวิตตนเองเป็นอานิสงส์ด้วย

อัศจรรย์แท้แม้ประโยคคำสอนเดียวของหลวงปู่สรวงก็สามารถปรับใช้ได้ในทุกบริบทธรรมะทุกหมวดทุกข้อธรรมะ เพื่อย้ำเตือนสติตนเองได้ เพื่อให้ชีวิตมีความสุขมีความสบายตามที่ท่านสอน ว่า ทำใจให้สบาย ต่อไปนี้เราจึงควรสร้างเหตุให้ใจสบายอย่าสร้างเหตุแห่งความลำบากไม่สบายใจตนเองหรือแม้ผู้อื่นด้วย

นอกจากนี้ เพราะเหตุนี้ความเสียสละจึงเกิดแก่ผู้ไม่มีนิสัยสันดานขโมยแม้เล็กน้อยสละได้ เพื่อประโยชน์ผู้อื่น แม้แต่ให้อภัยก็ให้ได้ ให้ธรรมะข้อคิดนี้ชื่อว่าให้สติให้ปัญญาก็ให้ได้ ยิ่งมีอานิสงส์มากด้วย เพราะท่านกล่าวว่า “การให้ธรรมะย่อมชนะการให้ทั้งปวง”

พระอาจารย์อดิศักดิ์ วชิรปญฺโญ

Comments

comments