หลวงปู่สรวงเผาทรัพย์ทั่วไปไว้ให้เป็นปริศนาโดยไม่เสียดายอาลัยอาวรณ์เลย

เพราะเหตุใด หลวงปู่สรวงท่านจึงเผาเงินเผาทอง เผาสิ่งของเครื่องใช้ทั้งหลายอย่างไม่เสียดายอาลัยอาวรณ์ มีคลิปวิดีโอชัดเจนจึงแนบมาให้ท่านได้ดูกันเป็นคลิปท่านเผาสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ

อาตมาก็ไม่อาจจะรู้เหตุผลหรือเจตนาของหลวงปู่ได้ ทำได้เพียงแต่พิจารณาข้อปฏิบัติแล้วเชื่อมอธิบายสู่ธรรมะที่จะยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อการพิจารณากำหนดศึกษาเท่านั้น

ประเด็นการเผาสิ่งของเครื่องใช้ ที่หลวงปู่สรวง ท่านได้เผานั้น ทรัพย์สินสิ่งของเหล่านั้นชื่อว่า ทรัพย์ทั่วไป เพราะไฟเผาไหมได้ หลวงปู่สรวงท่านอาจจะแสดงให้เราทราบเช่นนั้น ซึ่งท่านได้เผาโดยไม่มีความเสียดายอาลัยอาวรณ์เลย จริงอยู่ว่าทรัพย์สินสิ่งของทั้งหลายนั้นมีค่าซึ่งแม้พระพุทธเจ้าพระองค์ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่มีค่าหรือสำคัญ เพียงแต่พระองค์เรียกทรัพย์เหล่านั้นว่า “ทรัพย์ทั่วไปเท่านั้น” ซึ่งพระองค์ไม่ได้มีความอัศจรรย์หากว่าผู้ใดมีมากมายจนได้รับการยกย่องว่าเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี

ก็ตรงกับสิ่งที่หลวงปู่สรวงท่านทำให้เห็น ทำให้ดู ณ วันนี้ขึ้นอยู่กับเราทั้งหลายจะมองสิ่งที่หลวงปู่สรวงท่านทำอย่างไร เท่าที่ทราบมุมมองของเหล่าสานุศิษย์หลวงปู่สรวง จากการเดินทางตามรอยศึกษาประวัติหลวงปู่สรวงมานั้น บางคนก็คิดว่าหลวงปู่ท่านเผาไฟเพื่ออุทิศให้แก่เหล่าวิญญาน สัมภเวสีทั้งหลาย ซึ่งก็เป็นเรื่องของความคิดเข้าใจตามแต่สติปัญญาที่แตกต่างกันไปของแต่ละคนด้วย ก็ไม่อาจจะกล่าวว่าอย่างไรผิดอย่างไรถูก

ส่วนอาตมาเมื่อมีโอกาสได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า เห็นว่าสิ่งใดที่มีประโยชน์เท่าที่สติปัญญาจะค้นคว้าศึกษาเพื่อประโยชน์ทางด้านปริยัติ สู่การนำไปปฏิบัติได้ของเหล่าสานุศิษย์หลวงปู่สรวงทั้งหลายได้ จึงแสดงไว้เพื่อเป็นธรรมทาน ให้ท่านได้พิจารณามองประโยชน์ด้านพุทธศาสตร์หาใช่ไสยศาสตร์ไม่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชีวิตและจิตใจของท่านทั้งหลายให้มีความมั่นคงในพระรัตนตรัยยิ่งๆ ขึ้นไป

จากคลิปวิดีโอที่ได้ทั้งหลายได้เห็นนั้น หลวงปู่สรวงท่านไม่แสดงความอัศจรรย์ยินดีพอใจในทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ที่สำคัญท่านจะเผาต่อหน้าผู้คนทั้งหลายที่เอามาถวายเป็นที่สงสัยว่าทำไมหลวงปู่จึงเผา ความสงสัยนี้เป็นปริศนา ซึ่งยากนักที่จะพิจารณาไขความหมายให้ได้คำตอบ

แต่ก็พบคำตอบในทางพระพุทธศานา เมื่อศึกษาในอุคคสูตร ทำความเข้าใจแล้วทำให้ทราบว่า เพราะเหตุใดหลวงปู่จึงนำทรัพย์สินสิ่งของเผาไฟอย่างไม่เสียดาย เพราะทรัพย์เหล่านั้นเป็นทรัพย์ทั่วไปเผาไฟไหม้ได้ ทำปริศนาสานุศิษย์ได้เห็นแล้วพิจารณาอย่าได้ยึดติด ยึดมั่นถือมั่น เพราะทรัพย์ทั่วไปนั้นมีมากมายหาใช่ว่ามีมากอย่างแท้จริง ดังเนื้อความเรื่องราวในอุคคสูตร มีเรื่องราวดังนี้

ราชมหาอำมาตย์ชื่ออุคคะ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ ที่มิคารเศรษฐีผู้เป็น หลานของโรหณเศรษฐีนี้เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคทรัพย์มากถึงเพียงนี้”

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “อุคคะ มิคารเศรษฐีผู้เป็นหลานของโรหณเศรษฐี เป็นผู้มั่งคั่งเพียงไร มีทรัพย์มากเท่าไร มีโภคทรัพย์มากเท่าไร”

อุคคมหาอำมาตย์กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เขามีทองแสนหนึ่ง ไม่จำ ต้องกล่าวถึงเงิน”

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุคคะ ทรัพย์นั้นมีอยู่จริง เรามิได้กล่าวว่า ทรัพย์นั้น ไม่มี แต่ทรัพย์นั้นแลเป็นของทั่วไปแก่ไฟ น้ำ พระราชา โจร และทายาทผู้ไม่เป็นที่รัก
อุคคะ ทรัพย์ ๗ ประการนี้แล เป็นของไม่ทั่วไปแก่ไฟ น้ำ พระราชา โจร และ ทายาทผู้ไม่เป็นที่รัก ทรัพย์ ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. สัทธาธนะ
๒. สีลธนะ
๓. หิริธนะ
๔. โอตตัปปธนะ
๕. สุตธนะ
๖. จาคธนะ
๗. ปัญญาธนะ

อุคคะ ทรัพย์ ๗ ประการนี้แล เป็นของไม่ทั่วไปแก่ไฟ น้ำ พระราชา โจร และ ทายาทผู้ไม่ที่เป็นรัก

ผู้ใดจะเป็นสตรี หรือบุรุษก็ตาม มีทรัพย์ ๗ ประการนี้ คือ สัทธาธนะ สีลธนะ หิริธนะ โอตตัปปธนะ สุตธนะ จาคธนะ และปัญญาธนะ ผู้นั้นแลเป็นคนมีทรัพย์มาก ใคร ๆ ไม่พึงชนะได้ทั้งในเทวโลกและมนุษยโลก เพราะฉะนั้น ผู้มีปัญญา เมื่อระลึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ควรหมั่นประกอบศรัทธา ศีล ความเลื่อมใสและการเห็นธรรม (อ้างอิง : องฺ.สตฺตก. (ไทย)  ๒๓/๗/๑๓-๑๔.)

จากอุคคสูตรที่ได้กล่าวเป็นหลักฐานเบื้องต้นนั้น ทำให้เราทั้งหลายได้ทราบความสำคัญว่าทรัพย์ทั่วไปซึ่งมีอยู่มากมาย แม้ขยันหาขยันเก็บขยันรักษาแล้วได้มาหรือมีมากมาย จนเป็นเศรษฐีผู้มีทรัพย์มากก็ตาม หาใช่ว่าได้มาหรือมีมากมายอย่างแท้จริง เพราะทรัพย์ทั่วไปเหล่านั้นยังเป็นทรัพย์ทั่วไปแก่ ไฟ น้ำ พระราชา โจร และ ทายาทผู้ไม่เป็นที่รัก ซึ่งหลวงปู่สรวงท่านสอนโดยการโยนเผาไฟให้เห็นว่าทรัพย์นั้น เป็นทรัพย์ทั่วไปแก่ไฟ เป็นต้นเพื่อเป็นตัวอย่างไว้เท่านั้นเอง

สานุศิษย์หลวงปู่สรวงทั้งหลาย พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เมื่อทำความศึกษาเช่นนั้นแล้ว เราทั้งหลายจงอย่าได้มัวเมาหลงในทรัพย์สมบัติอันคิดว่ามีมากแล้วประมาทไม่รู้จักรักษา ไม่รู้จักประหยัด ไม่รู้จักพิจารณาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทรัพย์เหล่านั้นในโลกมีอยู่ก็จริง  ก็ยังชื่อว่าทรัพย์ทั่วไปแก่ไฟ เป็นต้น อยู่นั่นเอง

ดังนั้น เมื่อเราทั้งหลายใช้เวลาทั้งหลายหาทรัพย์ทั่วไป สะสมทรัพย์ทั่วไป ขอจงอย่าได้ลืมสะสมทรัพย์ที่ไม่ทั่วไปด้วย เพราะผู้มีปัญญาทั้งหลาย ท่านไม่ประมาทเพื่อขวนขวายสะสมทรัพย์ที่ไม่ทั่วไปนี้ด้วยความพากเพียร เพราะเชื่อมั่นตามคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสแสดงไว้ ซึ่งไฟก็ไหมไม่ได้ หรือโจรไม่สามารถลักขโมยไปได้ หรือญาติผู้ไม่เป็นที่รักก็จะยึดครองถือเอาก็ไม่ได้ นั่นเอง

พระอาจารย์อดิศักดิ์ วชิรปญฺโญ

Comments

comments