คำด่า ไม่ว่าคำแบบใด จะหยาบคายหรือสุภาพ ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็น คำ “ด่า” ก็ย่อมชวนให้เกิดความบาดหมาง ทะเลาะ ขัดแย้ง จนอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงกันได้

คำด่า ไม่ว่าคำแบบใด จะหยาบคายหรือสุภาพ ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็น คำ “ด่า” ก็ย่อมชวนให้เกิดความบาดหมาง ทะเลาะ ขัดแย้ง จนอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงกันได้

คำด่า ในทางพระพุทธศาสนามี ๒ ประการ คือ ๑.ด่าแบบหยาบ ๒.ด่าแบบสุภาพ ท่านทั้งหลายจะเห็นว่า เวลาคนด่ากัน คำพูดที่หลุดออกจากปากมานั้น เสียดแทง ทิ่มแทงกัน ทำให้ฝ่ายที่ถูกด่าเกิดความไม่พอใจ เกิดความโกรธ แค้น อาฆาต พยาบาท ขึ้นมาได้ แม้คำด่าบางคำกล่าวด้วยคำสุภาพก็ตาม ก็ยังก่อให้เกิดความบาดหมางกันได้

พระพุทธเจ้าได้ ตรัสแยกคำด่าออกเป็น ๒ ประการ  ( อ้างอิง :วิ.มหา. (ไทย) 2/38/226. )

พร้อมยกตัวอย่างให้เข้าใจอย่างชัดเจนดังนี้

#คำด่าหยาบ

ที่ชื่อว่า คำด่าหยาบ ได้แก่ คำด่าว่า ท่านเป็นอูฐ ท่านเป็นแพะ ท่านเป็นโค ท่านเป็นลา ท่านเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ท่านเป็นสัตว์นรก ท่านไม่มีสุคติ หวังได้แต่ทุคติ เท่านั้น คำด่าที่เกี่ยวกับการร่วมประเวณี หรือคำด่าที่เกี่ยวกับอวัยวะของชายหญิง นี้จัดเป็นคำด่าหยาบ

#คำด่าสุภาพ

ที่ชื่อว่า คำด่าสุภาพ ได้แก่ คำด่าว่า ท่านเป็นบัณฑิต ท่านเป็นคนฉลาด ท่านเป็นนักปราชญ์ ท่านเป็นพหูสูต ท่านเป็นธรรมกถึก ท่านไม่มีทุคติ หวังได้แต่สุคติเท่านั้น นี้จัดเป็นคำด่าสุภาพ

จะเห็นได้ว่า คำด่า ที่ปัจจุบันใช้ด่ากัน โดยเฉพาะคำด่าอันไม่สุภาพ เช่น ชื่อของสัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก นั้น มีการใช้ด่ากันมาเป็นพันๆ ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันก็ยังด่ากันด้วยคำหยาบเหล่านี้อยู่  เช่น ไอ้ควาย ไอ้เหี้ย เป็นต้น

ส่วนคำด่าสุภาพ เป็นคำด่าที่เหมือนจะชม แต่พูดด้วยอาการด่าทอ ประชด ประชัน หรือ ด้วยอาการส่อเสียด ปัจจุบันที่ได้ยินบ่อยๆ เช่น ไอ้ฉลาด ไอ้คนดี เป็นต้น

ดังนั้น ขึ้นชื่อว่า คำด่า จะหยาบหรือสุภาพ ก็เป็นเหตุให้เกิดความบาดหมาง ทะเลาะ ขัดแย้ง จนอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงกันได้ ดังที่ได้กล่าวไว้ตอนต้นแล้ว เพื่อป้องกันไม่ก่อชนวนความบาดหมาง ทะเลาะกันและกัน ก็พึงงดเว้น หลีกเลี่ยงการด่ากัน เปลี่ยนคำด่า เป็นความนิ่งเพื่อเป็นผู้ฟังเหตุผลของกันและกัน ด้วยความไม่อคติ ไม่ถือโกรธ กล่าวโจทก์โทษกันไปมา จะช่วยให้การอยู่ร่วมกันมีความสงบสุข เกิดความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น

อธิบายธรรมข้อนี้ ชวนให้นึกถึงหลวงปู่สรวง จึงขอโยงเข้าสู่ประวัติหลวงปู่สรวงด้วย เพราะหลวงปู่สรวง ถือว่าเป็นบุคคลอันเป็นแบบอย่างให้แก่เหล่าสานุศิษย์ทั้งหลายได้ปฏิบัติ คราวสมัยหลวงปู่สรวงมีชีวิตอยู่นั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า ข้อวัตรปฏิบัติหลวงปู่สรวง มีความแปลกพิสดาร แตกต่างจากพระภิกษุทั่วไป ชาวบ้านหลายคนไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของหลวงปู่ เช่น หลวงปู่พาทำว่าว ดำนา เดี๋ยวใส่จีวร เดี๋ยวนุ่งผ้าขาว ชอบอยู่อาศัยตามกระท่อมเถียงนาไม่อยู่วัด เป็นต้น

ทำให้บางคนด่าทอหลวงปู่ด้วยคำหยาบคาย แต่หลวงปู่ได้แต่นิ่ง จึงไม่ทำให้คนทั้งหลายเหล่านั้น เกิดความบาดหมาง เพราะความนิ่งของหลวงปู่สรวงนั้นเอง หลวงปู่เป็นที่เคารพศรัทธา เมื่อกาลเวลาผ่านไปคนที่เคยด่า คนที่ไม่ศรัทธาก็กลับมาศรัทธาท่าน เพราะท่านไม่เคยด่าตอบเลย ได้ยินลูกศิษย์บางคนเล่าว่า “เวลาคนด่าหลวงปู่ หลวงปู่ท่านก็ได้แต่นั่งยิ้มไม่มีการแสดงอาการโกรธใครเลย” จึงนึกถึงคำโบราณที่ท่านกล่าวไว้น่าคิดว่า “ความสงบย่อมสยบทุกสรรพสิ่ง”

 

พระอาจารย์อดิศักดิ์ วชิรปญฺโญ

Comments

comments