วัดบ้านขะยูง: อุทยานปริศนาธรรมหลวงปู่สรวงเชิงพุทธบูรณาการที่กำลังจะเกิดจากพลังศรัทธาของสานุศิษย์หลวงปู่สรวงทั้งหลาย

#ที่มาและความสำคัญของการพัฒนาวัดบ้านขะยูงเพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ปริศนาธรรมหลวงปู่สรวงในรูปแบบของอุทยานปริศนาธรรมหลวงปู่สรวง

มรดกโลก (World Heritage) คือ สถานที่อันได้แก่ ป่าไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ทะเลทราย อนุสาวรีย์ สิ่งก่อสร้าง รวมถึงเมืองต่าง ๆ บ่งบอกถึงคุณค่าของสิ่งที่มนุษยชาติหรือธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา[1] มรดกโลกเป็นแหล่งวัฒนธรรมและธรรมชาติที่มีคุณค่าโดดเด่นระดับสากล[2] ซึ่งมรดกโลก จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นการดูแลสถานที่เหล่านั้นอย่างเหมาะสมโดยมีการบริหารจัดการที่ดีภายใต้รูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน[3] ซึ่งประเทศไทยมีมรดกที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอยู่จำนวน 5 แห่ง โดยแบ่งเป็นกลุ่มมรดกโลกทางธรรมชาติ 2 แห่ง ได้แก่ 1. เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง (ขึ้นทะเบียนปี ค.ศ.1991) 2. กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (ขึ้นทะเบียนปี ค.ศ.2005)  และ กลุ่มมรดกโลกทางวัฒนธรรม 3 แห่ง ได้แก่ 1. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร (ขึ้นทะเบียนปี ค.ศ.1991) 2. นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (ขึ้นทะเบียนปี ค.ศ.1991) 3. แหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียง (ขึ้นทะเบียนปี ค.ศ.1992)[4]

การดูแลคุ้มครองรักษามรดกโลกให้เกิดประสิทธิภาพนั้น จะต้องบริหารจัดการดูแลแบบ “การบูรณาการแบบองค์รวม” หมายถึง การบริหาร จัดการมรดกโลกแบบมีส่วนร่วม การจัดองคาพยพทุกส่วนให้มีความสัมพันธ์สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบอย่าง ครบวงจร โดยทุกภาคส่วนหรือผู้เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมทำ หน้าที่อย่างประสานกลมกลืน การบริหารให้มีส่วนร่วมใน รูปแบบของคณะกรรมการ กลุ่มทำงานหรือให้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น สนับสนุน ร่วมกับติดตาม การดำเนินงาน ร่วมระดมทรัพยากร มีทั้งการมีส่วนร่วมจากภายใน และ การมีส่วนร่วมจากภายนอกองค์กร ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ บุคลากรเกิดความรับผิดชอบต่องาน มีความรู้สึกเป็น เจ้าของร่วมและเกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน[5]

นอกจากมรดกโลกที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งมีการพัฒนารูปแบบและดำเนินการจัดสร้างขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือเป็นอุทยาน  ทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าต่อการศึกษาเรียนรู้ มีปรากฏให้เห็นตามสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เช่น

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นเป็นอุทยานที่มีร่องรอยในอดีตของเมืองสุโขทัย ซึ่งเคยเป็นราชธานีของไทยที่มีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยาน มีสถานที่สำคัญ ที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส[6]

อุทยานราชภักดิ์ เป็นสถานที่ตั้ง พระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ 7 พระองค์แห่งสยาม เป็นอุทยานที่สร้างขึ้นด้วยความจงรักภักดี เพื่อเป็นการเทิดทูนและประกาศ  เกียรติคุณพระมหากษัตริย์แห่งสยาม[7]

นอกจากนั้นยังมี อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม เป็นอุทยานที่มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสบุคคลสำคัญต่าง ๆ ของไทย โดยมีการจำลองพื้นที่การจัดแสดงหุ่นให้ใกล้เคียงบ้าน หรือสถานที่ทำงานของบุคคลเหล่านั้นด้วย ที่สำคัญยังมีการจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมเสนอแง่มุมด้านศิลปะ วัฒนธรรมและวิถีความเป็นอยู่ต่าง ๆ ภายใต้ความร่มรื่นของพรรณไม้ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางสู่สถานที่จัดแสดงส่วนต่าง ๆ ของอุทยาน[8]

อุทยานต่าง ๆ มีรูปแบบการพัฒนา การวางแผนผัง ของอาคารสถานที่ มีการออกแบบทางด้านสถาปัตย์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นทรงคุณค่า หรือแม้แต่การจัดภูมิสถาปัตย์ที่เหมาะสม ร่มรื่น รวมถึงระบบบริหารการจัดการดูแลรักษาอย่างเป็นระบบด้วย อุทยานแหล่งท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมจึงเป็นที่สนใจของบุคคลทั้งหลายที่ต้องการไปเที่ยวชม

ส่วนอุทยานในทางพระพุทธศาสนาที่ปรากฏในสมัยครั้งพุทธกาลนั้น ได้แก่ พระราชอุทยานเวฬุวันของ พระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งได้ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข กลายเป็นวัดแห่งแรก ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงรับถวาย เป็นอุทยานที่ไม่ไกลและไม่ใกล้จากหมู่บ้านนัก คมนาคมสะดวก ผู้ประสงค์พึงเข้าเฝ้าได้ กลางวันไม่พลุกพล่าน กลางคืนสงัด เสียงไม่อึกทึก เว้นจากคนสัญจรไปมา เป็นที่กระทำกรรมลับของหมู่มนุษย์ ควรแก่การหลีกเร้น[9]

นอกจากนั้นยังมี อุทยานพระเชตวัน เป็นอารามของท่านอนาถบิณฑิกคหบดี เป็นอาราม ที่ได้สร้างวิหารไว้หลายหลัง ได้สร้างบริเวณ สร้างซุ้มประตู สร้างศาลาหอฉัน สร้างโรงไฟ สร้างกัปปิยกุฎี[10] สร้างวัจกุฎี สร้างสถานที่จงกรม สร้างศาลาจงกรม ขุดบ่อน้ำ สร้างศาลาบ่อน้ำ  สร้างเรือนไฟ สร้างศาลาเรือนไฟ ขุดสระโบกขรณี สร้างมณฑป[11]

ซึ่งบุญที่เกิดจากการได้สร้างอุทยาน โดยมีการปลูกสวน ปลูกป่า สร้างสะพาน ขุดสระน้ำ หรือสร้างที่พักอาศัย เป็นบุญเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา สมดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า

อารามโรปา วนโรปา      เย ชนา เสตุการกา

ปปฺจ อุทปานฺจ          เย ททนฺติ อุปสฺสย

เตส ทิวา จ รตฺโต จ         สทา ปุฺ ปวฑฺฒติ

ธมฺมฏฺา สีลสมฺปนฺนา      เต ชนา สคฺคคามิโนติ[12]

ชนเหล่าใดปลูกสวนอันน่ารื่นรมย์[13] ปลูกป่า สร้างสะพาน ขุดสระน้ำ บ่อน้ำ และให้ที่พักอาศัย บุญย่อมเจริญแก่ชนเหล่านั้น ทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดกาลทุกเมื่อ ชนเหล่านั้นดำรงอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยศีลแล้ว ย่อมไปสู่สวรรค์อย่างแน่นอน[14]

อุทยานในทางพระพุทธศาสนา จึงถือเป็นสถานที่พักและอยู่อาศัยของพระภิกษุสงฆ์ ในสมัยพุทธกาลนั้นมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ได้อยู่อาศัยอยู่สำหรับชี้แจงแสดงธรรมชวนให้บุคคลทั้งหลาย รับเอาไปปฏิบัติ  เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลม ใจให้สดชื่นร่าเริงด้วย ธรรมีกถาต่าง ๆ อุทยานในทางพระพุทธศาสนา จึงไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อความเพลินเพลินสนุกสนานรื่นเริ่ง แต่เป็นสถานที่สำหรับเผยแผ่คำสอน เป็นสถานที่เอื้อประโยชน์ต่อการประพฤติพรหมจรรย์ของสาวกทั้งหลาย

เมื่อหลวงปู่สรวงเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่ชาวพุทธกำลังกล่าวถึงกันอย่างมากในปัจจุบัน เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีวิถีชีวิตอยู่อย่างสมถะ สันโดษ เรียบง่าย ชอบอยู่กับธรรมชาติในป่า พักอาศัยในกระท่อมเถียงนาที่ชาวบ้านสร้างไว้เฝ้านาและถวายให้ท่านจำวัด[15] เป็นหลังเล็ก ๆ มีไม้กระดานเพียงไม่กี่แผ่น[16] และท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่สานุศิษย์ทั้งหลายทั่วประเทศเคารพบูชาอย่างมาก ในปัจจุบัน เพราะเชื่อว่าท่านเป็น “ผู้วิเศษ”[17]

รูปแบบวิธีสอนของหลวงปู่สรวง เช่น หลวงปู่สรวงเอามือคนวนใน บาตรเปล่าสอนเป็นปริศนาธรรมแก่หลวงพ่อทองพูน อาริโย เจ้าอาวาสวัดป่าโคกชาติ[18] ซึ่งคำสอน ของหลวงปู่สรวงส่วนใหญ่เป็นปริศนาธรรม[19] ซึ่งยากที่ผู้คนทั้งหลายจะเข้าใจความหมายในปริศนาธรรมเหล่านั้นได้

นอกจากนี้ ยังมีการสอนเชิงสื่อประดิษฐ์ปริศนาธรรม ซึ่งครูสาโรจน์ วงษ์ศรี ครูโรงเรียนบ้านกระดาน จังหวัดสุรินทร์ และเป็นศิษย์ติดตามรับใช้ใกล้ชิดของหลวงปู่สรวงคนหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์อาตมาไว้หลายเรื่อง เช่น ปริศนาธรรมที่จุดไฟ  ปริศนาธรรมว่าวหมุนรอบทิศ ปริศนาธรรมมัดโอ่ง ปริศนาธรรมเนียงไมตรี ปริศนาธรรมขึ้นว่าว ปริศนาธรรมบันได ๖ ขั้น ปริศนาธรรมมัดสุ่ม และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงปริศนาลายมือหลวงปู่สรวงด้วย[20] แม้หลวงปู่สรวงไม่ได้อธิบายความหมายไว้ แต่ปริศนาธรรมเหล่านั้น สามารถเทียบเคียงอุปมาอธิบาย  เพื่อสื่อความหมายของหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ซึ่งเป็นประโยชน์แก่การอธิบายชี้แจงเนื้อความให้เกิดความเข้าใจที่ง่ายขึ้น

จากแนวคิดการสอนของหลวงปู่สรวงผ่านสื่อประดิษฐ์ปริศนาธรรมนี้ อาตมาจึงสนใจที่จะศึกษาปริศนาธรรมของหลวงปู่สรวง โดยประยุกต์เทียบเคียงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่ออธิบายขยายความหมายของสื่อประดิษฐ์ปริศนาธรรมของหลวงปู่สรวงให้เกิดความหมายและเกิดความเข้าใจในความหมาย เป็นประโยชน์ต่อการเพื่อเสริมสร้างสังคมแห่งสันติสุข โดยพัฒนาอุทยานธรรมหลวงปู่สรวง เป็นอุทยานแห่งการศึกษาเรียนรู้ปริศนาธรรมจากสื่อประดิษฐ์ปริศนาธรรมของหลวงปู่สรวง โดยศึกษารูปแบบการพัฒนาอุทยานต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้นที่มีจุดเด่นที่น่าสนใจ  เช่น อุทยานบางแห่งเป็นที่สำหรับท่องเที่ยวเพลิดเพลิน บางแห่งเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาประวัติศาสตร์ บางแห่งเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ บางแห่งเป็นที่ศึกษาประพฤติปฏิบัติธรรม ความแตกต่างโดดเด่นเหล่านี้ อุทยานปริศนาธรรมของหลวงปู่สรวงจึงได้รับการพัฒนาจัดสร้างแบบบูรณาการแนวคิดรูปแบบการพัฒนาอุทยานต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งทุกอย่างที่กำลังดำเนินการไปแล้วนั้นก็ค่อยเป็นค่อยไปไม่อาจจะทำให้สำเร็จได้ในทีเดียว และที่สำคัญดำเนินไปตามกรอบวิสัยทัศน์ดังนี้ว่า กตัญญูกตเวทีเลิศ บ่อเกิดแหล่งเสริมสร้างสติปัญญา นำพัฒนาสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน”

เรียบเรียงโดย พระอาจารย์อดิศักดิ์ วชิรปญฺโญ

อ้างอิง

[1] จิรานุช โสภาและคณะ, “ศักยภาพการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกของประเทศไทย กรณีศึกษา: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร-และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอุธยาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยื่น”, งานวิจัยนี้ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสภาวิจัยแห่งชาติ ปีการศึกษา 2554, (คณะวิทยาการจัดการ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต, ๒๕๕๔), หน้า ๑๐.

[2] ฝ่ายวิชาการ สถาพรบุ๊คส์, มรดกโลกทางวัฒนธรรมในอาเซียน, (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์, ๒๕๕๕), หน้า ๑๑.

[3] เรื่องเดียวกัน, หน้า ๒๐.

[4] โศรยา หอมชื่น, “แหล่งมรดกโลก: ทรัพยากรทางการท่องเที่ยวอันทรงคุณค่า”, จุลสารการวิชาการอิเล็กทรอนิกส์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, หน้า ๑๓-๑๔.

[5] ธาตรี มหันตรัตน์และคณะ, “บูรณาการองค์รวม : แนวทางคุ้มครองมรดกโลก กรณีอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร”, วิจัยราชภัฏกรุงเก่า, ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม ๒๕๕๙): ๘๔-๘๕.

[6] กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดสุโขทัย , [ออนไลน์]. แหล่งที่มา:  http://www.sukhothai.go.th/tour/tour_01.htm [๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐]

[7] วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, อุทยานราชภักดิ์, [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/อุทยานราชภักดิ์  [๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐]

[8] ท่องเที่ยวสะดุดตา, อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม, [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.sadoodta.com/info/อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม [๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐]

[9] วิ.ม. (ไทย) ๔/๕๙/๗๑.

[10] กัปปิยกุฎี คือ สถานที่เก็บอาหาร (ดู วิ.ม. (แปล)  ๕/๒๙๕/๑๒๐) พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตเพื่อให้ภิกษุสงฆ์พ้นจากการเก็บของไว้เองและหุงต้มเอง (วิ.อ.  ๓/๒๙๕/๑๘๓)

[11] วิ.จู. (ไทย) ๗/๓๐๗/๑๑๙.

[12] สํ.ส. (บาลี) ๑๕/๑๔๖/๔๖.

[13] สวนอันน่ารื่นรมย์ หมายถึงสวนไม้ดอกไม้ผลอันน่ารื่นรมย์ (สํ.ส.อ. ๑/๔๗/๘๖)

[14] สํ.ส. (ไทย) ๑๕/๔๗/๖๑.

[15] มูลนิธิพุทธอุทยานสัมพุทโธ (หลวงปู่สรวงให้ปลูกป่า), หลวงปู่สรวง โพธิสัตว์ (เทวดาเดินดิน), (นนทบุรี: บริษัท ปัญญฉัตร์ บุ๊คส์ บายดิ้ง จำกัด), หน้า ๗.

[16] สุธน ศรีหิรัญ, หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน ประวัติ อภินิหาร และวัตถุมงคล, (กรุงเทพมหานคร: บริษัทบางกอกสาส์น พริ้นติ้ง จำกัด, ๒๕๕๖), หน้า ๗.

[17] เรื่องเดียวกัน, หน้า ๑๘.

[18] ดูรายละเอียดใน ทิพยจักร, หลวงปู่สรวง อริยะเหนือโลก, (นนทบุรี: สำนักพิมพ์กรีนปัญญาญาณ, ๒๕๕๖), , หน้า ๓๕-๓๗.

[19] ทิพยจักร, หลวงปู่สรวง ๕๐๐ ปี มหามุนีเทพดาบส, พิมพ์ครั้งที่ ๓, (นนทบุรี: สำนักพิมพ์กรีนปัญญาญาณ, ๒๕๕๕), หน้า ๘๙.

[20] สัมภาษณ์ นายสาโรจน์ วงษ์ศรี, ศิษย์ติดตามรับใช้หลวงปู่สรวง, ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๗.

 

ประมวลภาพงานล่าสุดวันนี้

 

 

Comments

comments